ฮวงจุ้ยห้องนอน : จัดอย่างไรให้นอนดี เสริมดวง เสริมโชคลาภ

ฮวงจุ้ยห้องนอน : จัดอย่างไรให้นอนดี เสริมดวง เสริมโชคลาภ

ห้องนอนถือเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในบ้าน เพราะเป็นห้องที่เราใช้พักผ่อน คลายความเครียด และฟื้นฟูร่างกายและจิตใจหลังจากการทำงานหนักในแต่ละวัน ตามหลักฮวงจุ้ย ห้องนอนเป็นพื้นที่ที่มีพลังงานไหลเวียนมากที่สุด การจัดห้องนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ยจึงช่วยเสริมพลังบวก ปรับสมดุลพลังงาน ส่งผลต่อความสำเร็จ ความสงบ และโชคลาภของผู้อยู่อาศัย

ต่อไปนี้คือ 7 เคล็ดลับจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพื่อเสริมพลังงานดี ๆ ให้ชีวิตรุ่งพุ่งเต็มไปด้วยโชคลาภ:

1. เลือกทิศที่เหมาะสมกับห้องนอนและทิศนอน

ทิศที่แนะนำสำหรับห้องนอน:

  • ทิศเหนือ: เสริมโชคลาภ สงบใจ ฟื้นฟูพลังงาน
  • ทิศตะวันออก: ช่วยเรื่องการเริ่มต้นใหม่ ความก้าวหน้าในชีวิตและการงาน
  • ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ: เสริมไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้: ส่งเสริมความรักและความสัมพันธ์

ทิศที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • ทิศใต้: ร้อนช่วงบ่าย-เย็น อาจแก้ด้วยม่านกรองแสง
  • ทิศตะวันตก/ตะวันตกเฉียงเหนือ/ตะวันตกเฉียงใต้: แสงแดดแรง ทำให้ห้องร้อน ไม่เหมาะกับการนอน

2. เลือกสีห้องนอนที่มงคลตามวันเกิด

การเลือกสีห้องนอนตามวันเกิดช่วยเสริมพลังชีวิตและโชคลาภ

การเลือกสีห้องนอนตามวันเกิด

3. เลือกลักษณะของเตียงนอนที่เหมาะสม

  • หัวเตียงแข็งแรงและมั่นคง: เสริมความมั่นคงในชีวิตและหน้าที่การงาน
  • เตียงมีพื้นที่โล่งใต้เตียง: พลังงานไหลเวียนดี ไม่ควรเก็บของใต้เตียง
  • ขนาดเตียงเหมาะสมกับห้อง: ไม่ใหญ่เกินไปจนอึดอัด และไม่เล็กเกินไปจนไม่ปลอดภัย

4. ตำแหน่งการวางเตียงนอนที่ดี

ควรวาง:

  • มุมทแยงกับประตูห้อง เพื่อมองเห็นประตูและรู้สึกปลอดภัย
  • ชิดผนังห้อง เพื่อเพิ่มความมั่นคง

ควรหลีกเลี่ยง:

  • วางตรงกับประตูหรือใต้คานบ้าน
  • วางตรงกับกระจกหรือหันเตียงไปทางห้องน้ำ
  • แขวนสิ่งของเหนือหัวเตียง

5. ของตกแต่งมงคลเสริมโชค

  • แจกันดอกไม้: เลือกดอกไม้สดและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หลีกเลี่ยงดอกไม้มีหนาม
  • พรมปูพื้น: เลือกพรมเรียบ ไม่มีลวดลาย วางข้างเตียงหรือหน้าประตู
  • กรอบรูปภาพ: รูปดอกไม้ สวนดอกไม้ หรือภาพธรรมชาติ ช่วยผ่อนคลาย
  • ต้นไม้มงคล: เช่น ลิ้นมังกร, ไผ่กวนอิม ช่วยฟอกอากาศ ป้องกันพลังงานลบ

6. จัดแสงไฟและแสงสว่าง

  • ใช้แสงไฟนุ่มนวล Warm Light สีส้มอ่อนหรือเหลืองอ่อน
  • ติดผ้าม่านสองชั้น เพื่อควบคุมแสงธรรมชาติและความมืด

7. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ

  • เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ลดความชื้น
  • ดูดฝุ่นและกวาดพื้นเป็นประจำ

สรุปการเสริมฮวงจุ้ยห้องนอน

การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนไม่เพียงแค่ทำให้ห้องสวยและน่าอยู่ แต่ยังช่วยเสริมพลังงานดี ๆ เพิ่มโชคลาภและความสำเร็จให้แก่ผู้อยู่อาศัย การเลือก ทิศเตียง สีห้อง เตียงนอน ของตกแต่ง และแสงสว่าง อย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย ผ่อนคลาย และพร้อมรับพลังชีวิตใหม่ทุกวัน

ใครที่กำลังมองหาห้องชุดคอนโดสวย ๆ ทำเลดี ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย CMC Group พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้คุณ

ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น : ทางเลือกลดดอกเบี้ยบ้านแบบไหนเหมาะกับคุณ

รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น : ทางเลือกลดดอกเบี้ยบ้านแบบไหนเหมาะกับคุณ

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของหลายคน แต่การซื้อบ้านมักมาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไป อัตราดอกเบี้ยอาจปรับสูงขึ้น ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อบริหารภาระหนี้สินและประหยัดดอกเบี้ย ผู้กู้สามารถเลือกใช้เครื่องมือทางการเงิน 2 วิธีหลัก ๆ คือ รีไฟแนนซ์ (Refinance) การขอสินเชื่อใหม่จากธนาคารอื่นเพื่อลดดอกเบี้ย หรือ รีเทนชั่น (Retention) การเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของทั้งสองวิธี เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการประหยัดดอกเบี้ยบ้านสำหรับตัวเอง

1. รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร ?

การขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารเดิมหรือธนาคารอื่น เพื่อนำเงินไปปิดสินเชื่อเดิม โดยหวังดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์

  • อาจได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม ช่วยลดภาระผ่อนต่อเดือน
  • สามารถขอวงเงินเพิ่มได้ (Top-up) เพื่อนำไปลงทุนหรือใช้จ่ายอื่น
  • มีตัวเลือกโปรโมชันจากธนาคารใหม่

ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์

  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมปิดสินเชื่อเดิม และค่าใช้จ่ายการรีไฟแนนซ์
  • ใช้เวลาและเอกสารค่อนข้างมาก
  • อาจต้องมีคุณสมบัติทางการเงินใหม่ เช่น รายได้ขั้นต่ำ เครดิตสกอร์

ตัวอย่างการรีไฟแนนซ์

บ้านที่ผ่อนอยู่ 5 ปี ดอกเบี้ย 6% ต่อปี ผ่อนเดือนละ 20,000 บาท

  • รีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ดอกเบี้ย 5% ต่อปี → ลดผ่อนเดือนละ 1,500–2,000 บาท
  • ผลลัพธ์: เงินเหลือใช้ต่อเดือนเพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาลดลงหลายแสน

2. รีเทนชั่น (Retention) คืออะไร ?

การเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม โดยไม่เปลี่ยนสินเชื่อหรือธนาคาร

ข้อดีของการรีเทนชั่น

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมปิดสินเชื่อ
  • เอกสารและขั้นตอนง่ายกว่ารีไฟแนนซ์
  • รักษาความสัมพันธ์กับธนาคารเดิม

ข้อเสียของการรีเทนชั่น

  • อาจลดดอกเบี้ยได้ไม่มากเท่ากับรีไฟแนนซ์
  • ขึ้นอยู่กับนโยบายและความยินยอมของธนาคาร
  • ไม่มีตัวเลือกวงเงินเพิ่มเหมือนรีไฟแนนซ์

ตัวอย่างของการรีเทนชั่น

บ้านที่ผ่อนมาครึ่งทางกับดอกเบี้ย 6% ต่อปี

  • ต่อสัญญากับธนาคารเดิม ดอกเบี้ยลดเหลือ 5.2% → ผ่อนต่อเดือนลดลงประมาณ 800–1,200 บาท
  • ผลลัพธ์: ลดภาระต่อเดือนโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์

ขั้นตอนก่อนตัดสินใจก่อนเลือก รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น

  1. ตรวจสอบ เครดิตสกอร์ เพื่อได้ดอกเบี้ยดีที่สุด
  2. เปรียบเทียบ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขหลายธนาคาร
  3. คำนวณ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  4. วางแผนการเงินว่าต้องการลด ยอดผ่อนต่อเดือน หรือ ระยะเวลาเงินกู้

สรุป รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น ควรเลือกอะไรดี ?

  • ถ้าต้องการดอกเบี้ยต่ำสุด หรืออยากได้วงเงินเพิ่ม รีไฟแนนซ์ เหมาะกว่า
  • ถ้าต้องการความสะดวก รักษาความสัมพันธ์กับธนาคารเดิม และลดภาระดอกเบี้ยเล็กน้อย รีเทนชั่น เป็นตัวเลือกที่ดี

การเลือกวิธีที่เหมาะสมระหว่าง รีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินของคุณ และความสะดวกในการดำเนินการ แต่หากต้องการคอนโดมิเนียนดี ๆ ไม่ต้องเลือกนาน CMC Group มีคอนโดติดแนวรถไฟฟ้า หลากหลายสไตล์ให้เลือก

ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

พื้นกระเบื้องยาง SPC คืออะไร ? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกใช้งาน

พื้นกระเบื้องยาง SPC คืออะไร ? ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกใช้งาน

พื้น SPC (กระเบื้องยางคลิ๊กล็อค) — รู้จักให้ลึก ก่อนตัดสินใจ

หลายคนที่กำลังมองหากระเบื้องยางที่ติดตั้งง่าย อาจเคยได้ยินคำว่า กระเบื้องยางคลิ๊กล็อค ที่สามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้ปูนหรือกาว ซึ่งกระเบื้องคลิ๊กล็อคยอดนิยมในปัจจุบันคือ กระเบื้องยาง SPC (Stone Plastic Composite) วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักพื้น SPC อย่างเจาะลึก พร้อมข้อดี ข้อเสีย วิธีติดตั้ง และการดูแลรักษา เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

ทำความรู้จักกระเบื้องยาง SPC

กระเบื้องยาง SPC เป็นกระเบื้องยางชนิดหนึ่งที่พัฒนามาจากกระเบื้องยางไวนิล โดยมีส่วนผสมหลักคือ แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) 70% และ พลาสติก PVC 25% พร้อมชั้นเคลือบผิว Wear Layer 5% ทำให้มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน ยืดหยุ่น ทนน้ำและทนไฟ นอกจากนี้ยังมีลวดลายเสมือนไม้จริง หรือบางรุ่นมีลายหิน เหมาะสำหรับทั้งบ้านและพื้นที่เชิงพาณิชย์

จุดเด่น ของ SPC คือสามารถติดตั้งแบบ Click Lock โดยไม่ต้องทากาว ทำให้ติดตั้งง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง

โครงสร้างและส่วนประกอบของพื้น SPC

  1. SPC Core Layer – ชั้นแกนหลัก ทำจากแคลเซียมคาร์บอเนตและ PVC แข็งแรง ทนทาน ทนน้ำ และทนไฟ พร้อมระบบ Click Lock
  2. Print Layer – ชั้นพิมพ์ลวดลายไม้หรือหิน ให้ความเหมือนธรรมชาติ
  3. Wear Layer – ชั้นฟิล์มใส เคลือบผิวเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
  4. UV Coating Layer – เคลือบชั้นบนสุด ช่วยป้องกันแบคทีเรีย สิ่งสกปรก และรักษาสีไม่ซีดจาง
  5. Foam Underlayment – ชั้นโฟมรอง เพิ่มความนุ่มสบายและช่วยลดเสียง

ข้อดีของพื้นกระเบื้องยาง SPC

  • ทนน้ำและความชื้น — ไม่บวมน้ำเหมือนไม้จริง
  • ติดตั้งง่าย — ไม่ต้องใช้กาว สามารถติดทับพื้นเดิมได้
  • อายุการใช้งานยาวนาน — กระเบื้องไม่ยวบ ไม่หด (เช่น A-Decor รับประกันถึง 15 ปี)
  • ปลอดภัยต่อสุขภาพ — ไม่มีสาร Formaldehyde
  • ปลวกไม่กิน — ไม่มีส่วนผสมของไม้จริง
  • ทนไฟและรอยขีดข่วน รองรับแรงกดทับได้ดี
  • ดูแลรักษาง่าย — ทำความสะอาดง่าย
  • สัมผัสเหมือนไม้จริง และไม่ลื่น

ข้อควรระวังก่อนเลือกซื้อและติดตั้ง

  • พื้นต้องเรียบเสมอก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันการยวบ
  • แม้ SPC จะทนรอยขีดข่วน แต่ควรระวังของมีคมหรือการลากเฟอร์นิเจอร์หนัก
  • เลือกความหนาของกระเบื้องให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น 4–5 มม. สำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน

วิธีติดตั้งพื้น SPC ด้วยระบบ Click Lock

  1. วัดขนาดพื้นที่และคำนวณจำนวนกระเบื้อง — เผื่อประมาณ 3–5% สำหรับปูแบบลายพิเศษ
  2. เตรียมพื้นให้เรียบและสะอาด
  3. ปูแผ่นโฟมหรือ PE Foam เพื่อปรับระดับและลดความชื้น
  4. เริ่มปูกระเบื้องตามแนวที่กำหนด
  5. กดกระเบื้องเข้าล็อก ใช้ค้อนยางเคาะเบา ๆ
  6. เว้นระยะขอบกระเบื้องจากผนัง 5–6 มม. เผื่อการขยายตัว

การดูแลรักษาพื้น SPC

  • ใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด
  • ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด
  • ห้ามใช้ไม้กวาดแข็ง น้ำยาทำความสะอาดกรด-ด่าง หรือแว็กซ์ขัดเคลือบผิว

ข้อเสียของพื้น SPC

  • ต้องติดตั้งบนพื้นเรียบเท่านั้น
  • สัมผัสแข็งกว่าพื้นไม้จริง — เดินเท้าเปล่าอาจรู้สึกแข็ง
  • สินค้าคุณภาพต่ำอาจมีปัญหา เช่น ล็อคหลวม สีซีดเร็ว หรือแตกง่าย
  • การแก้ไขเฉพาะจุดอาจต้องรื้อหลายแผ่น

สรุป — พื้น SPC เหมาะกับใคร?

  • เจ้าของบ้านที่ต้องการพื้นทนทาน ดูแลง่าย และไม่กังวลเรื่องปลวกหรือความชื้น
  • คนที่อยากได้ลวดลายไม้สวยงาม ราคาคุ้มค่า
  • ผู้ที่ต้องการติดตั้งเร็ว ไม่รื้อพื้นเดิม และไม่ใช้กาว
  • ครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง ต้องการพื้นปลอดภัย

พื้น SPC จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม ความสะดวก และความคุ้มค่า — แต่จะคุ้มค่ายิ่งกว่าถ้าถูกปูในห้องชุดคอนโดในเครือ CMC Group คอนโดและทาวน์โฮมทำเลดีติดรถไฟฟ้า

ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

สีตราครุฑในโฉนดที่ดิน ความหมายและสิทธิ์การครอบครอง

สีตราครุฑในโฉนดที่ดิน : ความหมายและสิทธิ์การครอบครอง

หลายคนคุ้นเคยกับโฉนดที่ดิน แต่จริง ๆ แล้วเอกสารที่เรียกว่า “โฉนด” เป็นเพียงหนึ่งในประเภทของ เอกสารสิทธิที่ดิน เท่านั้น โดยเอกสารประเภท น.ส.4 คือโฉนดที่ดินที่แท้จริง ซึ่งมี ตราครุฑ ปรากฏอยู่บนเอกสารเพื่อระบุสถานะของที่ดินนั้น ๆ โดยสีของตราครุฑบนเอกสารถือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึง กรรมสิทธิ์และความสามารถในการทำธุรกรรม ของเจ้าของที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย ทำกิน ซื้อขาย โอน หรือจำนอง
ตราครุฑ 4สี
ประเทศไทยมีตราครุฑอยู่ 4 สีหลัก ได้แก่ แดง เขียว ดำ และน้ำเงิน โดยแต่ละสีมีความหมายและข้อจำกัดแตกต่างกัน
เริ่มจาก ตราครุฑสีแดง ซึ่งพบบนเอกสารประเภท น.ส.4 หรือโฉนดที่ดิน ผู้ถือครองมีกรรมสิทธิ์เต็ม 100% สามารถอยู่อาศัย ทำกิน หรือใช้ที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ได้ตามกฎหมาย โฉนดสีแดงถือว่าเป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือที่สุด สามารถซื้อขาย โอน จำนอง หรือค้ำประกันได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนโฉนดบางแปลงอาจมีข้อจำกัดห้ามโอนภายใน 5–10 ปี แต่โดยทั่วไปโฉนดสีแดงเป็นเอกสารที่ปลอดภัยและเป็นที่นิยมมากในเขตเมือง
ถัดมา คือ ตราครุฑสีเขียว ซึ่งปรากฏบนเอกสารประเภท น.ส.3 หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ แม้จะยังไม่ถือเป็นกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ แต่เจ้าของสามารถซื้อขาย โอน หรือจำนองกับธนาคารได้ นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนเป็นโฉนดสีแดงในอนาคตได้ เอกสารนี้ออกโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อรับรองว่าผู้ถือครองสามารถทำประโยชน์ในที่ดินนั้นได้
สำหรับ ตราครุฑสีดำ พบในเอกสารประเภท น.ส.3 หรือ น.ส.3 ซึ่งเป็นหนังสือรับรองการครอบครองที่ดินทั่วไป โดยที่ดินอาจไม่มีระวางภาพถ่ายทางอากาศและตำแหน่งไม่ชัดเจน การซื้อขาย โอน หรือจำนองต้องรังวัดและรอประกาศจากราชการก่อน ถึงแม้สิทธิ์ยังไม่เต็มรูปแบบ แต่เจ้าของสามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนเป็นโฉนดสีแดงได้เช่นเดียวกับ น.ส.3 ก เอกสารสีดำจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถือครองที่ดินระยะยาวและมีแผนจะปรับเป็นกรรมสิทธิ์เต็มในอนาคต
สุดท้าย คือ ตราครุฑสีน้ำเงิน ปรากฏบนเอกสารประเภท ส.ป.ก. ซึ่งออกให้เกษตรกรเพื่อใช้ทำการเกษตรเท่านั้น ที่ดินประเภทนี้ไม่สามารถซื้อขาย โอน หรือให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ได้ เจ้าของต้องใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรด้วยตนเอง และสามารถสร้างบ้านหรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ตามสมควร ที่ดินสีน้ำเงินสามารถสืบทอดให้ทายาทที่เป็นเกษตรกรเท่านั้น
สรุปสีตราครุฑ การเข้าใจความแตกต่างของสีตราครุฑบนเอกสารสิทธิที่ดินเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผู้ถือครองทราบสิทธิ์ในการใช้ที่ดินและทำธุรกรรมได้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะซื้อขายหรือโอนที่ดิน การตรวจสอบสีตราครุฑและยืนยันข้อมูลที่สำนักงานที่ดินเป็นเรื่องที่ควรทำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการฉ้อโกงและให้ธุรกรรมเป็นไปอย่างมั่นใจ
  1. ตราครุฑสีแดง (น.ส.4)
  • เป็นโฉนดที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เต็ม 100%
  • ใช้ได้ทั้งอยู่อาศัย ทำกิน ซื้อขาย โอน จำนอง และค้ำประกัน
  • เอกสารเชื่อถือได้มากที่สุดในประเทศไทย
  • โฉนดบางแปลงอาจมีข้อจำกัดด้านการโอนภายใน 5-10 ปี
  1. ตราครุฑสีเขียว (น.ส.3 ก)
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (มีระวางภาพถ่ายทางอากาศ)
  • ยังไม่ใช่กรรมสิทธิ์เต็ม แต่สามารถซื้อขายและจำนองได้
  • สามารถยื่นขอเปลี่ยนเป็นโฉนดแดงได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัด
  1. ตราครุฑสีดำ (น.ส.3 / น.ส.3 ข)
  • หนังสือรับรองสิทธิ์ครอบครองที่ดิน
  • พื้นที่ไม่ชัดเจน ต้องรังวัดและรอประกาศจากราชการก่อนซื้อขายหรือโอน
  • สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดแดงได้เช่นเดียวกับ น.ส.3 ก
  • ออกโดยนายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ที่ดิน ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร
  1. ตราครุฑสีน้ำเงิน (ส.ป.ก.)
  • ออกให้เกษตรกรเพื่อการทำเกษตรเท่านั้น
  • ห้ามซื้อขาย โอน หรือให้เช่า
  • สามารถสร้างบ้านหรือใช้ที่ดินทำเกษตรได้ตามสมควร
  • เป็นมรดกสืบทอดได้เฉพาะทายาทเกษตรกร
สรุปได้ว่า ตราครุฑแต่ละสีสะท้อนระดับกรรมสิทธิ์และข้อจำกัดของที่ดิน การเช็กเอกสารและเข้าใจความหมายของสีตราครุฑก่อนทำธุรกรรมจะช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ในที่ดินได้เต็มที่และปลอดภัยตามกฎหมาย
ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

มรดกไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน : ความเข้าใจเรื่องหนี้บ้านและทายาท

มรดกไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน : ความเข้าใจเรื่องหนี้บ้านและทายาท

ทำไมมรดกถึงมีหนี้ด้วย
หลายคนมักคิดว่ามรดกคือทรัพย์สินที่ส่งต่อให้ทายาท เช่น บ้าน ที่ดิน หรือรถยนต์ แต่ความจริงแล้ว มรดกไม่ได้มีเพียงทรัพย์สินเท่านั้น หนี้สินของผู้ตายก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกเช่นกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600 มรดกหมายถึงทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย รวมถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ ดังนั้น ทายาทที่รับมรดกอาจได้รับทั้งทรัพย์สินและหนี้บ้านที่ผู้ตายค้างชำระอยู่ การไม่เข้าใจเรื่องนี้อาจทำให้ทายาทตกอยู่ในภาระทางการเงินที่หนักเกินกว่าความสามารถ การทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการรับมรดกไม่ได้หมายความว่าทายาทจะได้เพียงทรัพย์สินที่มีมูลค่า แต่ยังรวมถึงภาระหนี้ด้วย
การไม่เข้าใจเรื่องนี้อาจทำให้ทายาทตกอยู่ในภาระทางการเงินที่หนักเกินกว่าความสามารถ การทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการรับมรดกไม่ได้หมายความว่าทายาทจะได้เพียงทรัพย์สินที่มีมูลค่า แต่ยังรวมถึงภาระหนี้ด้วย
ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก
เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต ทายาทมีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมหรือกฎหมาย มาตรา 1629 กำหนดลำดับทายาทโดยธรรม เริ่มจากบุตรและพ่อแม่ หากไม่มีบุตรหรือพ่อแม่ ทายาทลำดับต่อมาจะเป็นพี่น้องหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง

การรู้จักสิทธิและหน้าที่ของทายาทช่วยให้การจัดการมรดกมีความรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมรดกมาพร้อมกับหนี้บ้าน ทายาทต้องพิจารณาว่าจะรับมรดกพร้อมหนี้หรือสละสิทธิ
หนี้บ้านและการตกทอดสู่ทายาท
กรณีมรดกหนี้บ้าน หากผู้กู้เสียชีวิตก่อนผ่อนหมด บ้านจะกลายเป็นมรดกและตกเป็นความรับผิดของทายาท ธนาคารมีสิทธิเรียกทายาทเข้ารับผิดชอบภายในหนึ่งปี นั่นหมายความว่าทายาทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะผ่อนต่อหรือขายบ้านเพื่อนำเงินมาชำระหนี้

การไม่วางแผนอาจทำให้หนี้บ้านกลายเป็นภาระหนักต่อครอบครัว เพราะทายาทอาจไม่มีรายได้เพียงพอในการผ่อนต่อ ดังนั้น การเตรียมตัวและวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ข้อกฎหมายเกี่ยวกับหนี้มรดก
ตามมาตรา 1600 หนี้บ้านและหนี้สินอื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายตกเป็นส่วนหนึ่งของมรดก แต่ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับ มาตรา 1601 ยังระบุว่าทายาทไม่ต้องชำระหนี้นอกระบบ การเข้าใจข้อกฎหมายเหล่านี้ช่วยให้ทายาทรู้ขอบเขตความรับผิดและสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ การวางแผนล่วงหน้า เช่น การทำประกัน MRTA หรือประกันชีวิต ควบคู่กับการกู้บ้าน ช่วยให้ทายาทไม่ต้องแบกรับภาระหนี้บ้านหากผู้กู้เสียชีวิต
การสละมรดกและทางเลือกของทายาท
ทายาทสามารถเลือกสละมรดกเพื่อลดความเสี่ยงจากหนี้บ้าน การสละมรดกต้องทำเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรและยื่นต่อศาลหรือสำนักงานเขตก่อนรับมรดก การสละมรดกช่วยให้ทายาทหลีกเลี่ยงภาระหนี้ แต่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพราะจะเสียสิทธิในทรัพย์สินทั้งหมด

นอกจากนี้ ทายาทควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อประเมินมูลค่าหนี้และทรัพย์สินก่อนตัดสินใจ เพราะบางครั้งการรับมรดกอาจมีประโยชน์มากกว่าการสละ หากทรัพย์สินมีมูลค่ามากกว่าหนี้
ผู้กู้ร่วมและการผ่อนต่อบ้าน
หากผู้กู้ร่วมเสียชีวิต สัญญากู้ยังคงมีผล ทายาทต้องแจ้งธนาคารเพื่อลงชื่อรับสภาพหนี้ การรับสภาพหนี้ทำให้ทายาทกลายเป็นลูกหนี้แทนผู้กู้ที่เสียชีวิต กรรมสิทธิ์บ้านครึ่งหนึ่งจะตกทอดไปยังทายาท ส่วนอีกครึ่งหนึ่งหากผู้กู้ร่วมยังผ่อนต่ออยู่ ทายาทจะยังคงมีสิทธิร่วม

การสื่อสารกับธนาคารอย่างชัดเจนและทำความเข้าใจข้อตกลงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและการถูกเรียกเก็บหนี้โดยไม่ถูกต้อง
ประกัน MRTA ช่วยลดความเสี่ยงหนี้มรดก
ประกัน MRTA เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันไม่ให้หนี้บ้านตกสู่ทายาท ประกัน MRTA จะชำระหนี้บ้านแทนผู้กู้หากเสียชีวิตหรือพิการถาวร ทำให้ทายาทไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงิน

การวางแผนซื้อประกัน MRTA ควบคู่กับการกู้บ้านถือเป็นกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพราะสามารถปกป้องครอบครัวจากภาระหนี้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน
ข้อควรระวังและการวางแผนล่วงหน้า
ทายาทควรตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้บ้านทั้งหมดอย่างละเอียด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และขอบเขตความรับผิด จากนั้นตัดสินใจว่าจะรับหรือสละมรดก

นอกจากนี้ การจัดทำพินัยกรรม การซื้อประกันชีวิต หรือการวางแผนการเงินแบบรอบคอบ เป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงให้ครอบครัว การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ช่วยให้ทายาทไม่ต้องแบกรับภาระหนี้เกินความสามารถ
สรุปการจัดการหนี้มรดก
การเข้าใจเรื่องหนี้บ้านมรดกเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งผู้กู้และทายาทควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันภาระทางการเงิน การทำประกัน MRTA การตรวจสอบมรดก และการปรึกษากฎหมายช่วยให้การส่งต่อบ้านและทรัพย์สินเกิดขึ้นอย่างปลอดภัยและไม่สร้างภาระต่อทายาท

การวางแผนที่ดีจะทำให้การรับมรดกเป็นเรื่องง่ายขึ้นและไม่เป็นภาระต่อครอบครัว การให้ความสำคัญกับหนี้บ้านและการจัดการมรดกอย่างรอบคอบเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวควรทำ
ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

CMC RUN 2025 มอบรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายกว่า 570,000 บาท แก่กองทุนห้องผ่าตัด ศิริราชมูลนิธิ

CMC RUN 2025 สุดประทับใจ มอบรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายกว่า 570,000 บาท แก่กองทุนห้องผ่าตัด ศิริราชมูลนิธิ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC Group ผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ 1.Oakwood Suites Tiwanon Bangkok 2.บริษัท เงินทุน แอ็ดวานซ์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด 4.บริษัท ธนชาต พลัส จำกัด 5.บริษัท เบเยอร์ จำกัด 6.บริษัท ใกล้กัน เมดิเทค จำกัด 7.บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท คลีนิคสุขภัณฑ์ จำกัด 9.บริษัท โอ อาร์ ซี พรีเมียร์ จำกัด 10.บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท ไทยสยามนคร 12.ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ชีวาศัย 13.บริษัท สยามนคร จำกัด 14.Love Andaman 15.บริษัท สมาร์ท ปริ้น แฟปริค จำกัด 16.โรงพยาบาลบางประกอก 8 17.บริษัท เวโลบิส จำกัด 18.บริษัท รักษาความปลอดภัย ซิกมา พลัส จำกัด 19.บริษัท เอ็มคอนกรีต จํากัด 20.บริษัท เอนไวรอนเมนทัล มูฟเม้นท์ จำกัด 21.บริษัท เจพี เอเชีย คอนสตรัคชั่น จำกัด 22.บริษัท ตั้งสกุลชัย คอนสตรัคชั่น จำกัด 23.บริษัท ยศกรกฤษ์ภชารุ่งเรือง จำกัด 24.บริษัท ซีเอส เซนเตอร์ ดีไซน์ จำกัด 25.บริษัท ไทยวิน จำกัด
ร่วมประกาศความสำเร็จของการจัดงาน CMC RUN FOR SIRIRAJ 2025 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร โดยมีนักวิ่งและประชาชนทั่วไปกว่า 500 คน ร่วมกันเปลี่ยน “ก้าววิ่ง” ให้เป็นพลังแห่งการดูแลสังคม พร้อมมอบรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายให้แก่ “กองทุนห้องผ่าตัด ศิริราชมูลนิธิ” เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และพัฒนาห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้ม นักวิ่งทุกคนได้ร่วมสัมผัสกับกิจกรรมที่ใส่ใจทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเสื้อวิ่งทุกตัวผลิตจากการรีไซเคิลขวดพลาสติก จำนวน 10,000 ขวด สะท้อนเจตนารมณ์ของ CMC Group ที่ต้องการดูแลทั้งผู้คนและโลกไปพร้อมกัน ไฮไลท์ของงานคือ การวิ่งระยะ 9 กิโลเมตร, 4.5 กิโลเมตร และประเภท VIP ซึ่งได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย สร้างภาพบรรยากาศแห่งการมีส่วนร่วมที่แสนอบอุ่น
งาน CMC RUN FOR SIRIRAJ 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Care Move Contribute” เพื่อเปลี่ยนทุก “ก้าววิ่ง” ให้กลายเป็นพลังแห่งการดูแลสังคม สอดคล้องกับพันธกิจของ CMC ที่ไม่เพียงพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้แข็งแรงและปลอดภัย แต่ยังมุ่งสร้างสังคมที่แข็งแรงและยั่งยืน ก้าวเล็ก ๆ ของนักวิ่งทุกคนจึงถูกรวมเป็นก้าวใหญ่ที่ส่งต่อความหวัง เติมรอยยิ้มให้ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช และสร้างพลังชีวิตพร้อมความสุขให้ครอบครัวไทยอีกนับไม่ถ้วน
พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารของ CMC Group ได้แก่ นายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางสาวอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ รวมถึง ศ.นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภา กรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง คุณภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย–วัฒนา และคุณธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตปทุมวัน–สาทร–ราชเทวี เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้
ความประทับใจของงานในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เส้นชัย แต่ยังต่อยอดเป็นพลังแห่งการแบ่งปันที่จับต้องได้ โดยบริษัทฯ ได้นำรายได้รวมกว่า 570,000 บาท มอบให้กับ “กองทุนห้องผ่าตัด ศิริราชมูลนิธิ” โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และการพัฒนาห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยกว่า 3 ล้านรายต่อปี CMC RUN FOR SIRIRAJ 2025 จึงนับเป็นอีกก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการสร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสังคมในระยะยาว
ความประทับใจของงานในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เส้นชัย แต่ยังต่อยอดเป็นพลังแห่งการแบ่งปันที่จับต้องได้ โดยบริษัทฯ ได้นำรายได้รวมกว่า 570,000 บาท มอบให้กับ “กองทุนห้องผ่าตัด ศิริราชมูลนิธิ” โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และการพัฒนาห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยกว่า 3 ล้านรายต่อปี CMC RUN FOR
นายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CMC Group กล่าวว่า “ทุก ๆ ก้าววิ่งภายในงาน CMC RUN 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกาย แต่คือพลังน้ำใจที่รวมกันเพื่อช่วยชีวิตคนอีกนับล้าน CMC Group ขอขอบคุณนักวิ่งทุกท่านที่ร่วมส่งต่อความหวังและรอยยิ้มให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว โดยเฉพาะพันธมิตรทางธุรกิจทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน จนทำให้กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราเชื่อว่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ที่ได้รับการพัฒนา จะกลายเป็นพลังชีวิตที่ต่อเนื่องไปอีกไกล”

ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

CMC-ได้รับการประเมิน-AGM-Checklist-100-คะแนน

CMC ยืนหนึ่งด้านธรรมาภิบาล กวาด 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

กรุงเทพฯ – บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC โชว์ศักยภาพผู้นำในวงการอสังหาริมทรัพย์ คว้าคะแนนเต็ม 100 คะแนน จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
การรักษามาตรฐานสูงสุดต่อเนื่องตลอด 2 ปีซ้อนนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย แต่ยังตอกย้ำถึงระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล ตั้งแต่การเตรียมการประชุมอย่างรอบคอบ การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
CMC มองว่าคะแนนเต็มนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือหลักฐานชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส และการเคารพสิทธิผู้ถือหุ้นทุกคน องค์กรพร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

CMC เปิดโครงการ “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์” ต้อนรับนักศึกษา มจพ. เติมแรงบันดาลใจ เรียนรู้นอกตำรา สู่บทเรียนการออกแบบอสังหาฯ เพื่ออนาคต

CMC เปิดโครงการ “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์” ต้อนรับนักศึกษา มจพ. เติมแรงบันดาลใจ เรียนรู้นอกตำรา สู่บทเรียนการออกแบบอสังหาฯ เพื่ออนาคต

กรุงเทพฯ – วันที่ 8 สิงหาคม 2568 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC Group ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพอย่างยั่งยืน เปิดโครงการ “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์ เจ้าพระยา–พระนครเหนือ” ต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาในรายวิชา การบริหารโครงการออกแบบ (Management of Design Project) สาขาวิชาการจัดการงานออกแบบภายในและพัฒนาธุรกิจ ภาคการจัดการงานออกแบบและพัฒนาธุรกิจ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อเข้าเยี่ยมชมโครงการ พร้อมเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นความยั่งยืน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริงผ่านกระบวนการออกแบบ
ภายในกิจกรรม นักศึกษาได้เข้าร่วมฟังบรรยายเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ การออกแบบพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร รวมถึงการป้องกันความร้อนเข้าตัวอาคาร ซึ่งโครงการ “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์ เจ้าพระยา–พระนครเหนือ” ได้รับรางวัลการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานประจำปี 2562 ตลอดจนกระบวนการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่แนวคิดจนถึงการส่งมอบ โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก CMC ร่วมถ่ายทอดความรู้ แบ่งปันประสบการณ์จริงจากการทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา
ทั้งนี้นักศึกษาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการออกแบบโครงสร้างอาคารที่ผสานเทคโนโลยีต้านแรงลมและแรงสั่นสะเทือน การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระจกประหยัดพลังงานและวัสดุปูพื้นจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมถึงดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลมาจาก “คลื่นสายน้ำ” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Living the Curve of River Line สัมผัสสุนทรียภาพ แห่งการใช้ชีวิตเหนือสายน้ำ” ซึ่งเน้นความโปร่งโล่งและการใช้แสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างทัศนียภาพที่สวยงามและความสบายในการอยู่อาศัย สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้จากทุกมุมมอง
นอกจากนี้ นักศึกษายังได้เรียนรู้วิธีการประเมินความคุ้มค่าของการออกแบบทั้งในเชิงฟังก์ชันและเชิงธุรกิจ ตลอดจนการวางแผนพื้นที่ใช้สอยให้ตอบสนองต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในอนาคต ผ่านการแบ่งกลุ่มเยี่ยมชมพื้นที่จริง ทั้งบริเวณสวนและห้องสมุด ส่วนกลางขนาดกว่า 2,700 ตารางเมตร ซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงห้องตัวอย่างทุกขนาด ตั้งแต่ 26.0 – 52.6 ตารางเมตร โดย CMC เชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และสัมผัสกระบวนการออกแบบโครงการที่คำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจกลับไปจาก “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์ เจ้าพระยา–พระนครเหนือ” คอนโดหรูวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไหลลื่นอย่างไม่รู้จบ
นางสาวอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปิดโครงการ ‘เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์ เจ้าพระยา–พระนครเหนือ’ ต้อนรับในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางของ CMC Group ที่มุ่งสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ความรู้คือรากฐานของการเติบโต” การได้มีส่วนร่วมในรายวิชาของคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดโลกทัศน์ให้แก่นักศึกษา ได้ต่อยอดองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่โลกแห่งความจริง และเตรียมความพร้อมในการเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคต”
CMC Group ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย โดยเชื่อมั่นว่าการปลูกฝังวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนควบคู่ไปกับทักษะวิชาชีพ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้คนรุ่นใหม่สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับโครงการ “เดอะ เคลฟ ริเวอร์ไลน์ เจ้าพระยา–พระนครเหนือ” เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 36 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ริมถนนพิบูลสงคราม ตรงข้ามโรงเรียนสตรีนนทบุรี มองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้จากห้องชุด ออกแบบในสไตล์ Modern Luxury มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2,700 ตารางเมตร เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ 2 สระ, Fitness, Co-working
space, Library, Theater room, Game room, Kids zone, Spa room, Co-kitchen, Sky lounge และ Sky garden เดินทางสะดวกในย่านพระราม 7 ใกล้ MRT สถานีวงศ์สว่าง และ สถานีบางโพ (สายสีม่วง) และสถานศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเหนือ, โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม, โรงเรียนสตรีนนทบุรี และโรงเรียนโยธินบูรณะ พร้อมบริการ Shuttle Service รับ–ส่งถึงสถานศึกษาและ MRT เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยในทุกวัน
ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

15 ท่าโยคะสำหรับชาวคอนโด – ฟิตง่าย สุขภาพดี ภายในห้องชุด

15 ท่าโยคะสำหรับชาวคอนโด - ฟิตง่าย สุขภาพดี ภายในห้องชุด

ใครที่อยู่คอนโดแล้วรู้สึกอยากออกกำลังกาย แต่เวลาก็ไม่ค่อยมี จะออกไปฟิตเนสก็ยุ่งยาก จะเริ่มต้นดูแลตัวเองก็ดูไกลเกินเอื้อม ?
เปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลย เพราะคุณสามารถสร้างหุ่นฟิต สุขภาพดีได้ง่าย ๆ ภายในห้องชุดคอนโด ด้วยโยคะทั้ง 15 ท่านี้ ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์เกินคาด ทั้งสุขภาพกายและใจ ซึ่งจะดีขึ้นแบบรู้สึกได้ ชวนให้ลอง แล้วจะติดใจ !
พร้อมแล้ว… ไปเริ่มต้นเฮลท์ตี้ไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ของคุณเองกันเลย !
1. ท่านั่งเพชร (Diamond Pose) – สวยจากภายใน เสริมระบบย่อย พาใจสงบ เสริมพลังการย่อยอาหาร เพิ่มสมาธิ และปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย ทำง่ายมากแต่ได้ผลลึก
วิธีฝึก:
  1. นั่งทับส้นเท้า หลังตรง
  2. วางมือบนตัก หายใจลึก ๆ
  3. ทำต่อเนื่อง 5-10 นาที
2. ท่าต้นไม้ (Tree Pose) – ฝึกสมาธิ ยืดไหล่ เสริมความแข็งแรงทั้งตัว เพิ่มความแข็งแรงให้ขา เสริมความยืดหยุ่น และฝึกสมาธิไปพร้อมกัน ช่วยฝึกสมดุลร่างกายและใจ เหมาะสำหรับวันที่อยากตั้งสติก่อนเริ่มวันใหม่ วิธีฝึก:
  1. ยืนตรง ขาชิดกัน
  2. ยกเท้าข้างหนึ่งวางบนต้นขาอีกข้าง
  3. พนมมือไว้ที่อก หรือชูมือขึ้นเหนือศีรษะ
  4. ค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
3. ท่าพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (Half Moon Pose) – บิดให้สุด ยืดให้ยาว ลดรอบเอว เพิ่มความยืดหยุ่นให้แผ่นหลัง สะโพก ต้นขา และช่วยจัดท่วงท่าของร่างกายให้สมดุลมากขึ้น ทำแล้วรู้สึกโปร่งโล่งสบายตัว
วิธีฝึก:
  1. ยืนตรง เหยียดแขนขึ้นประกบกัน
  2. เอียงลำตัวไปด้านข้างอย่างช้า ๆ
  3. ค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
4. ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward Dog)– ฟื้นฟูทั้งตัว กระชับแขน-ขา ยืดหลังให้แน่น สายยืดต้องท่านี้! ยืดได้ทั้งแผ่นหลัง แขน ขา และช่วยให้เลือดหมุนเวียนทั่วร่างแบบเต็มที่ ใครเมื่อยล้าจากการทำงานจะรู้สึกฟินสุด ๆ
วิธีฝึก:
  1. เริ่มจากท่าคลาน
  2. ยกสะโพกขึ้น ทำตัวเป็นรูปตัว V กลับหัว
  3. กดส้นเท้าและฝ่ามือลงพื้น ค้างไว้ 30 วินาที
5. ท่านักรบ (Warrior Pose) – เผาผลาญ สะโพกกระชับ ลดปวดหลัง ขา กระชับ ! สะโพก เฟิร์ม ! เป็นท่าเสริมพลังที่ปลุกความฮึดในตัวคุณ ลดอาการปวดหลัง น่อง และช่วยกระตุ้นระบบภายในช่องท้องให้ดีขึ้น
วิธีฝึก:
  1. กางขาออกกว้าง
  2. หมุนเท้าหน้า 90 องศา งอเข่าให้ต้นขาขนานพื้น
  3. กางแขนขนานพื้น มองปลายนิ้ว
  4. ค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
6. ท่าเก้าอี้ (Chair Pose) – ต้นขาแน่น สะโพกเฟิร์ม หัวใจฟิต บูสต์พลังขา แขน และกล้ามเนื้อหลังในครั้งเดียว เหมาะกับวันที่อยากเบิร์นพลังแต่ไม่อยากออกไปไหน ยืนในห้องก็ฟิตได้ !
วิธีฝึก:
  1. ยืนเท้าชิด ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ
  2. งอเข่าเหมือนนั่งเก้าอี้
  3. ค้างไว้ 30-60 วินาที
7. ท่าตรีโกณ (Triangle Pose)) – ยืดหลัง เอวบาง สะโพกเด้ง ปลุกบั้นท้ายให้ตื่น ! เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก ขา และหลัง พร้อมกระตุ้นการยืดเหยียดกระดูกสันหลังให้ตรงสวย
วิธีฝึก:
  1. ยืนกางขากว้าง
  2. เอียงตัวแตะข้อเท้าด้วยมือข้างเดียว อีกข้างชูขึ้น
  3. มองตามมือที่ชูขึ้น ค้างไว้ 30 วินาที
8. ท่าอูฐ (Camel Pose) – แอ่นอก เปิดใจ เพิ่มพลัง เปิดอก เปิดใจ เพิ่มพลังชีวิต ยืดช่วงลำตัว หน้าอก ต้นขา และกระตุ้นระบบภายในช่องท้อง ให้ร่างกายตื่นเต็มตาแบบธรรมชาติ วิธีฝึก:
  1. คุกเข่า วางมือบนส้นเท้า
  2. แอ่นหลัง เงยหน้าขึ้น
  3. ค้างไว้ 20-30 วินาที แล้วกลับสู่ท่าปกติ
9. ท่าบิดตัว (Twist Pose) – ยืดเอว คลายหลัง ปลดล็อกความเมื่อย ลดปวดหลัง ยืดหลัง เพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยบิดระบบภายในให้ทำงานสมดุล เหมาะกับการทำช่วงเย็นก่อนพักผ่อน
วิธีฝึก:
  1. นอนหงาย งอเข่าข้างหนึ่งพาดข้ามลำตัว
  2. มือข้างตรงข้ามดันเข่าไว้เบา ๆ
  3. ค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
10. ท่างู (Cobra Pose) – ปลุกกระดูกสันหลัง แก้หลังค่อม ยืดสะโพกสุดฟิน ปลุกพลังลำตัว ! ท่านี้ช่วยเปิดหน้าอก กระตุ้นหัวใจให้ทำงานดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่นั่งหน้าคอมนาน ๆ หรือมีอาการไหล่ห่อ
วิธีฝึก:
  1. นอนคว่ำ วางมือใต้หัวไหล่
  2. ดันตัวขึ้นให้หน้าอกเปิด สะโพกยังแนบพื้น
  3. เงยหน้าเล็กน้อย ค้างไว้ 15-30 วินาที
11. ท่าศพ (Corpse Pose) – พักทุกอย่าง วางใจให้โล่ง ปล่อยร่างกายได้หายใจ อย่าดูถูกท่านี้ เพราะความเงียบคือพลัง ฟื้นฟูร่างกายอย่างลึกซึ้ง จิตใจผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้คุณหลับสนิทแบบไม่ต้องพึ่งแอป
วิธีฝึก:
  1. นอนหงาย แขนขาวางสบาย
  2. ปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลาย
  3. หายใจลึก ๆ นิ่ง ๆ ประมาณ 5-10 นาที
12. ท่านั่งบิดตัว (Seated Twist)– ดีท็อกซ์ระบบย่อย ผอมจากภายใน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยปรับสมดุลกระดูกสันหลังให้ตรงมากขึ้น
วิธีฝึก:
  1. หลังตรง ขาชิดหรือขัดสมาธิ
  2. บิดลำตัวไปด้านหนึ่ง มือแตะเข่าอีกข้าง
  3. ค้างไว้ 30 วินาที แล้วสลับข้าง
13. ท่าสะพาน (Bridge Pose) – เพิ่มความเฟิร์มรอบตัว ลดไขมันเอว หลัง สะโพก ฟิตหลัง แขน สะโพก แถมยังช่วยบรรเทาความเครียดและทำให้หายใจได้ดีขึ้นอีกด้วย เป็นท่าที่เหมาะมากสำหรับฝึกหลังเลิกงาน
วิธีฝึก:
  1. นอนหงาย ชันเข่า เท้าวางแนบพื้น
  2. ยกสะโพกขึ้นสูง
  3. ค้างไว้ 15-30 วินาที แล้ววางลง
14. ท่าวางขาบนกำแพง (Legs Up The Wall Pose) (Corpse Pose) – เท้าพัก สมองเบา ผ่อนคลายแบบเต็มแม็กซ์ สวรรค์ของคนเท้าบวม ! ท่านี้ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี นอนหลับง่ายขึ้น แถมยังลดความเครียดหลังจากทั้งวันหนักหน่วงมาได้ดีสุด ๆ
วิธีฝึก:
  1. นอนราบกับพื้น พาดขาขึ้นบนกำแพง
  2. ให้ก้นชิดผนังมากที่สุด
  3. ค้างไว้ 5-15 นาที หายใจลึก ๆ
15. ท่าเด็ก (Child’s Pose) – ฟีลกู้ด ผ่อนคลายหลัง ลดเครียดทันตา เหมาะกับทุกคนที่รู้สึกเหนื่อยล้า ผ่อนคลายหลังล่าง บรรเทาอาการปวดหลัง และช่วยปรับระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น
วิธีฝึก:
  1. คุกเข่า ก้มตัวให้หน้าผากแนบพื้น
  2. เหยียดแขนไปข้างหน้า
  3. ค้างไว้ 1-3 นาที
โยคะไม่ยากอย่างที่คิด ทำแล้วสามารถฟื้นคืนพลังชีวิตให้คุณได้ ทั้ง 15 ท่านี้ เราคัดมาเฉพาะสำหรับชาวคอนโด โดยเรียงลำดับท่าจากความง่าย สามารถเลือกฝึกวันละ 2-3 ท่าหมุนเวียนกันไป หรือจัดเซต 15-20 นาทีในแต่ละเช้า/เย็น รับรองว่าแค่มีพรมโยคะแผ่นเดียว กับพื้นที่ข้างเตียงหรือปลายโซฟา สุขภาพกายและใจของคุณจะเปลี่ยนไปแบบไม่ต้องง้อฟิตเนสอีกต่อไป
ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cmc.co.th หรือ Call center 1172 และ Facebook Fanpage : CMC Group (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

ตะลุยชิม !! ของอร่อย “ย่านปากน้ำ” ราคาสบายกระเป๋า

ตะลุยชิม !! ของอร่อย “ย่านปากน้ำ” ราคาสบายกระเป๋า

ย่าน “ปากน้ำ” ย่าน “ปากน้ำ” ย่านใจกลางสมุทรปราการ ถือเป็นพื้นที่ที่ผสานเสน่ห์ของเมืองเก่าเข้ากับความสะดวกสบายของเมืองสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ตลาดสดดั้งเดิม สถานที่ราชการ และรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ที่ช่วยให้การเดินทางสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่าย
อย่างไรก็ตาม “ปากน้ำ” ยังขึ้นชื่อถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นที่สดใหม่ ราคาย่อมเยา จนได้ชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของสายกิน” ที่ไม่แพ้ย่านไหนในกรุงเทพฯ แต่ไม่ใช่แค่อาหาร “ปากน้ำ” ยังเป็นหนึ่งในทำเลทองที่น่าจับตามอง ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ด้วยบรรยากาศสงบ วิวแม่น้ำ และความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน
หนึ่งในโครงการเด่นของย่านนี้คือ “ชาโตว์ อินทาวน์ แอท อี18 สเตชั่น” ที่ตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีโรงเรียนนายเรือ เพียงไม่กี่ก้าว สะดวกทั้งเดินทางและใช้ชีวิต พร้อมศักยภาพเติบโตระยะยาวที่น่าจับตา
วันนี้เราจะพาไปตะลุย “ร้านอร่อยเจ้าดัง” ย่านปากน้ำ ในราคาสบายกระเป๋า แต่รสชาติระดับตำนาน มาดูกันว่าจะมีร้านไหนน่าแวะชิมบ้าง
1.ซาต่อตือฮวน : ข้าวเหนียวปากน้ำเจ้าเก่า สูตรดั้งเดิม เมนูหากินยาก ครองใจคนย่านนี้มานานหลายปี ใครมาแล้วไม่ได้ลองถือว่าพลาด
เมนูเด็ด : ตือฮวน (เครื่องในนุ่ม น้ำซุปคลีน), จุกบี้ และข้าวเหนียวปากน้ำสูตรดั้งเดิม
ราคา : < 100 บาท/คน
เวลาเปิด : ประมาณ 11:00–16:00 น. (หยุดวันพุธ)
พิกัด : ถนนปราการ (ขนานถนนประโคนชัย) ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และทางเข้าวัดกลางวรวิหาร
2.น้ำแข็งใสใจดี : ร้านน้ำแข็งใสเจ้าเก่า ที่อยู่คู่ตลาดปากน้ำมานานมาก หวานเย็นชื่นใจ มีท็อปปิ้งให้เลือกเพียบ
เมนูเด็ด : น้ำแข็งไสสไตล์ไทย–จีน มีท็อปปิ้งหลากหลาย, เมนู 3 อย่างเพียง 25 บาท
ราคา : เริ่มต้น 25 บาท (3 อย่าง)
เวลาเปิด : ประมาณ 08:00–18:30
พิกัด : หน้าวัดพิชัยสงคราม ที่ตลาดปากน้ำ ถนนประโคนชัย
3.ลิ้มดำรงค์ : ร้านขนมไทยเจ้าเก่าแก่ของตลาดปากน้ำ ต้นตำหรับขนมใบจาก เนื้อมะพร้าวสุกกำลังดี แป้งเหนียวนุ่ม กลิ่นหอมชวนหิว รสชาติดั้งเดิมมากกว่า 100 ปี
เมนูเด็ด : ข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย–เผือก, ขนมใบจาก, ข้าวเหนียวมะม่วง–สังขยา
ราคา : ชิ้นละ 5–10 บาท (< 100 บาท/คน)
เวลาเปิด : ประมาณ 08:30–19:30
พิกัด : ถนนศรีสมุทร—ฝั่งตรงข้ามตลาดปากน้ำ ใกล้ทางเข้าท่าข้ามฟาก
4.เจ๊จุกเย็นตาโฟ : ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าดีงที่คนปากน้ำบอกต่อ เครื่องแน่น ไม่ว่าจะหมึกกรอบ ลูกชิ้นปลา และน้ำซุปกลมกล่อมสุด ๆ
เมนูเด็ด : เย็นตาโฟสูตรโบราณ, หม้อไฟต้มยำ, เกี๊ยวทอด, สามสหายลวกจิ้ม
ราคา : 101 250 บาท/คน ระดับกลาง–สูงเล็กน้อย
เวลาเปิด : ประมาณ 08:30–19:30
พิกัด : ตลาดปากน้ำ (ข้างร้านเนยเบอเกอรี่ หรือถนนเทศบาล 12)
5.สถานีเตี๋ยวเรือ ณ ปากน้ำ : เริ่มต้นที่ 15 บาท ทั้งก๋วยเตี๋ยว ขนมถ้วย หมูกระจก และจิ้มแจ่ว ฟินครบทุกเมนู
เมนูเด็ด : ก๋วยเตี๋ยวเรือ เริ่มต้น 15 บาท, หมูกระจก, ขนมถ้วย, ข้าวไก่ทอดจิ้มแจ่ว, ของทานเล่นอื่น ๆ
ราคา : ถูกมาก (< 100 บาท/คน) โดยหนึ่งชามอิ่มกำลังดี
เวลาเปิด : 08:30–16:30 น. (หยุดทุกวันเสาร์)
พิกัด : ตรงข้ามวินสองแถว ซอยตลาดปากน้ำ ใกล้ 7 Eleven และร้านริมเขื่อน
ปักหมุดร้านเด็ดไว้ให้แล้ว…ก็อย่าลืมชวนเพื่อนมาตะลุยชิมความอร่อยย่านปากน้ำ เพราะที่นี่คือแหล่งรวมของกินคุณภาพในราคาน่ารัก ที่ใครได้ลองก็ต้องติดใจ !
แต่หากใครกำลังมองหาคอนโดใกล้ตลาด ของกินครบ เดินทางสะดวก ใกล้ BTS โรงเรียนนนายเรือ “ชาโตว์ อินทาวน์ แอท อี18 สเตชั่น” คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งอยู่เองและลงทุน
สอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1172 กด 18 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ! พร้อมรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cmc.co.th/e18-station(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)