Loading
Switching Language
แผนที่เว็บไซต์ | สมัครสมาชิก | ล็อกอิน | ภาษา : Thai English China

บทความคอนโด
Share
0
0
วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย

 

วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย

วิธีการตรวจรับห้องคอนโดฯ

 

สำหรับขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อก็ว่าได้ ซึ่งการตรวจรับห้องเราควรจะตรวจเช็คอะไรบ้าง แล้วจะตรวจเช็คอย่างไร หรือบางท่านอาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญให้มาทำการตรวจรับห้องให้ แต่บางคนไม่อยากเสียค่าใช้ จ่ายในส่วนนี้ ดังนั้นจึงไปตรวจรับเอง โดยที่ไม่รู้ขั้นตอนและวิธีการตรวจรับที่ถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ซื้อ เราขอนำวิธีการตรวจรับห้องมาฝากกัน

 

ทำไมเราต้องทำการตรวจสอบห้องก่อนจะเซ็นต์รับ

 

1. เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าติดตั้งได้มาตรฐาน ทำงานได้อย่างดี และปลอดภัยต่อการใช้งาน

2. เพื่อให้มั่นใจว่าระบบประปา และสุขาภิบาล ทำงานได้อย่างสมบูรณ์

3. เพื่อให้มั่นใจว่างานตกแต่งๆ ติดตั้งได้ครบถ้วนถูกต้อง แข็งแรง และสวยงาม หรือไม่

4. เพื่อให้ทราบจุดบกพร่องต่างๆ และสามารถนำข้อมูลแจ้งให้ผู้ขายทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนการโอนกรรมสิทธิ์

5. เพื่อลดปัญหาการซ่อมงานหลังจากย้ายเข้าไปอยู่แล้ว ซึ่งหากเซ็นต์รับห้องแล้ว อาจจะมีความยุ่งยากในการแก้ไขได้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อตรวจรับห้อง

 

1.กระดาษ ปากกา ไว้จดรายการซ่อมแซม รวมถึงกระดาษกาว หรือกระดาษสี ใช้สำหรับแปะจุดที่ต้องการแก้ไข

2.สายไฟชาร์จโทรศัพท์ เพื่อทดสอบการจ่ายไฟของเต้าเสียบต่างๆ หรืออาจจะใช้อุปกรณ์อื่นก็ได้ที่สามารถทดสอบการจ่ายไฟ เช่น ไขควงวัดไฟ

3โทรศัพท์บ้าน เพื่อทดสอบการทำงานของสายสัญญาณโทรศัพท์ว่าใช้งานได้หรือไม่

4.ถังน้ำ เพื่อเททดสอบความลาดเอียงของพื้นว่าจะไม่มีน้ำขัง

5.ลูกแก้ว เพื่อทดสอบความเรียบและความเอียงของพื้น โดยการวางลูกแก้วบนพื้น ถ้าลูกแก้วไหนไปรวมอยู่ที่เดียวกันแสดงว่าพื้นเป็นหลุมไม่เรียบเสมอกัน

6.ถุงเท้า เพื่อทดสอบพื้นว่าเรียบหรือไม่ โดยการเดินลากเท้าดูว่ามีสะดุด หรือพื้นไม่เรียบตรงจุดไหนบ้าง

7.เหรียญบาท เพื่อทดสอบพื้น โดยการเคาะเหรียญดูตามพื้นว่ามีเสียงเหมือนโพรง หรือช่องว่างใต้พื้นหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าปูนใต้พื้นไม่เต็มพื้นที่ ซึ่งจะมีผลในอนาคต ที่อาจจะเกิดการกะเทาะแตกหรือหลุดออกมาได้

8.ไฟฉาย ไว้ตรวจสอบในพื้นที่ที่แสงเข้าไม่ถึง เช่น ผนังฉาบปูนต้องไม่มีรอยแตก เวลาส่องกับไฟฉายจะต้องไม่เห็นรอยปูดหรือยุบ

9.กล้องถ่ายรูป เพื่อไว้ถ่ายรูปตรงจุดที่ต้องการแก้ไข และเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบในครั้งต่อไป ว่าครั้งที่ผ่านมาได้แก้ไขไปแล้วหรือยัง

อะไรบ้างที่เราควรจะตรวจสอบ

 

1.ตรวจสอบพื้นที่ทั่วไป เช่น ความถูกต้องพื้น, ผนัง, เฟอร์นิเจอร์, ฝ้าเพดาน, ประตู, หน้าต่าง, การทาสี, การติดวอลเปเปอร์

2.ตรวจสอบห้องน้ำ เช่น กระเบื้องพื้น, ผนัง, ฝ้าเพดาน, ประตู-หน้าต่าง, การติดตั้งสุขภัณฑ์, ตู้อาบน้ำ (Shower Box)

3.ตรวจสอบห้องครัว เช่น พื้น, ผนัง, ฝ้าเพดาน, ประตู-หน้าต่าง, เคาน์เตอร์ครัว, อ่างล้างจาน, เตาแก๊ส, เครื่องดูดควัน, ชั้นวางของ, เฟอร์นิเจอร์ Built in เป็นต้น

4.ตรวจสอบระเบียง เช่น , พื้น, ผนัง, ฝ้าเพดาน, ราวระเบียง, การระบายน้ำฝน, น้ำทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ และการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

5.ตรวจสอบระบบสุขาภิบาล เช่น ระบบน้ำดี ,ระบบน้ำเสีย, ระบบน้ำทิ้ง ให้เปิด-ปิด ก๊อกน้ำทุกหัว ดูว่ามีรั่วซึมหรือไม่ สุขภัฑ์สามารถกดน้ำได้ตามปกติหรือไม่ รวมถึงสายชำระว่าฉีดได้หรือไม่ เป็นต้น

6.ตรวจสอบงานสถาปัตย์ เช่น งานก่อ งานฉาบ ทาสี ปูกระเบื้อง เป็นต้น

7.ตรวจสอบระบบไฟฟ้า เช่น ตู้ควบคุมไฟฟ้า, อุปกรณ์ไฟฟ้า, สวิทซ์, ปลั๊ก และการตรวจสอบระบบการทำงานของเบรกเกอร์ว่าทำงานหรือไม่ โดยส่วนใหญ่เบรกเกอร์ในห้องจะถูกแยกส่วนไว้ ทั้งระบบเต้าเสียบ ระบบเตาไฟฟ้า ระบบเครื่องทำน้ำอุ่น ระบบ ดวงไฟ เป็นต้น

8.ตรวจสอบหลังคา ระดับฝ้า ความเรียบฝ้า

บทความจาก  : aseanliving

อัพเดท : 27-05-2558