Loading
Switching Language
แผนที่เว็บไซต์ | สมัครสมาชิก | ล็อกอิน | ภาษา : Thai English China

บทความคอนโด
Share
0
0
8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

 

 

 

 

     การลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ที่เค้าว่ากันว่าได้ผลกำไรดี แต่ถ้ามือใหม่อยากจะลงทุนบ้าง แต่ติดปัญหาที่ว่าไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน? ต้องซื้อต้องขายเมื่อไหร่ถึงจะได้กำไรดีที่สุด? จริงๆ กลยุทธ์การลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลายแบบ แต่มี 8 ข้อที่ฮอตฮิตติดใจนักลงทุนจากทั่วโลก จะมีกลยุทธ์อะไรบ้าง ตามมาดูกันครับ

 

1. ซื้อแล้วถือไว้

    ผู้ซื้อมักเลือกซื้อที่ดินเปล่าเก็บไว้ขายเมื่อต้องการใช้เงินจริงๆ หรือมอบให้ลูกหลานเป็นมรดก เหมาะกับคนที่ไม่เน้นการซื้อเก็งกำไร และไม่ต้องการเสียภาษีกำไรจากการขาย ทางที่ดีควรพยายามซื้อให้ได้ต่ำกว่าราคาตลาดตั้งแต่แรก และซื้อโดยยึดกฎ 77 คือซื้อที่ดินไม่น้อยกว่า 7 แปลงและถือครองไว้อย่างน้อย 7 ปีก่อนขาย แต่กลยุทธ์นี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะธนาคารไม่ค่อยปล่อยกู้ให้ ต้องลงทุนจ่ายเงินส่วนตัวไปก่อน

2. ซื้อแล้วปล่อยเช่

    วิธีนี้นิยมมากที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับการลงทุนกับบ้านหรือคอนโด เพราะปล่อยเช่าง่าย ได้ค่าเช่าดี สร้างกระแสรายได้และผลตอบแทนต่อปีที่น่าพอใจกว่าการปล่อยเช่าที่ดิน แต่ทำเลต้องน่าสนใจ รวมทั้งปล่อยเช่าในราคาที่สมเหตุสมผลด้วยนะคะ

3. ซื้อแล้วขาย

    กลยุทธ์นี้รู้จักกันในชื่อ “ฟลิป (Flip)” เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ก่อนในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ตกแต่งหรือบำรุงรักษาเล็กน้อยเพื่ออัพราคา แล้วรีบขายต่อทันทีเพื่อเก็งกำไร เหมาะกับช่วงตลาดอสังหาริมทรัพย์ขาขึ้น และควรนำไปใช้ลงทุนกับคอนโดหรือโครงการที่เปิดขายก่อนสร้างเสร็จ เพราะลงทุนไม่สูง แถมไม่ต้องเสียค่าโอนกับภาษีต่างๆ

4. ซื้อแล้วยกเครื่องใหม่ หรือที่เรียกว่ารีโนเวท 

    นิยมใช้กับบ้านหรืออาคารเก่า ทรุดโทรม แต่อยู่ในทำเลดี วิธีคล้ายกับการซื้อแล้วขาย แต่ผู้ซื้อต้องลงทุนซ่อมแซม และตกแต่งอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อมาให้ดูดีเหมือนใหม่ก่อนขาย ส่วนใหญ่มักเลือกปรับซ่อมห้องน้ำห้องครัวที่เป็นจุดสนใจหลักของผู้ซื้อต่อ และพยายามทำให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

5. รีไฟแนนซ์

    วัตถุประสงค์หลักของการรีไฟแนนซ์คือการกู้หนี้ใหม่ไปชำระหนี้เดิม ดอกเบี้ยถูกลง ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่นักลงทุนที่มีฝีมือจะเพิ่มผลกำไรให้ตัวเองด้วยการรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยคงที่มาเป็นดอกเบี้ยลอยตัวเมื่อทิศทางดอกเบี้ยมีแน้วโน้มลดต่ำลง หรือรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยลอยตัวเป็นดอกเบี้ยคงที่เมื่อดอกเบี้ยมีท่าทีเพิ่มสูงขึ้น

6. ซื้อสัญญา

    ออพชั่นลีส ออพชั่น (Lease Option) คือสัญญาที่วางเงินไว้ก่อนเพื่อให้ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของ มีสิทธิ์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาและระยะเวลาตามที่สัญญากำหนด แม้ยังไม่ได้โอนซื้อกันจริงๆ ผู้ลงทุนด้วยวิธีนี้จะทำกำไรด้วยการขายทรัพย์สินก่อนสัญญาจะครบกำหนดโอน

7. ซื้อแล้วให้เช่าซื้อต่อ

    ผู้ลงทุนใช้การขายอสังหาริมทรัพย์แบบเช่าซื้อให้ผู้มีปัญหาเครดิตหรือกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไม่ผ่านเพราะขาดคุณสมบัติ คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารเล็กน้อย และเมื่อเช่าซื้อไป 3 – 5 ปีจึงปล่อยให้ผู้เช่าซื้อทำเรื่องกู้ซื้อจากธนาคารอีกครั้ง แต่การลงทุนนี้มีความเสี่ยงสูง เพราะอาจมีปัญหาตามมา เป็นต้นว่าธนาคารไม่อนุมัติให้กู้ซื้อ

8. ซื้อทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด

    บางครั้งการหาซื้อบ้าน คอนโด หรืออาคารอื่นๆ ที่นำมาขายทอดตลาดก็อาจมีโชค เจออสังหาริมทรัพย์ดีๆ ได้อย่างไม่เชื่อ แต่ที่ที่ทำเลดี ราคาต่ำกว่าตลาดมักมีน้อย ใครไวกว่าก็ซื้อไว้ทำกำไรได้มากกว่า

    8 วิธีดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การลงทุนในเรื่องใดๆ ควรศึกษาในเรื่องตลาด ผลิตภัณฑ์ แนวโน้มของเศรษฐกิจ การเมือง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้ 

Editor by   : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล

แหล่งอ้างอิง : นิตยสาร บ้านพร้อมอยู่ และ Home.co.th 
อัพเดท : 29-05-2558